บางครั้งการทำโปรเจค เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเรากำลังทำอะไรอยู่
เราเดินถูกทาง หรือว่าหลงทาง หรือว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนสร้างทางขึ้นมาเดินเอง
ไม่มีถูกผิด หรือว่า... มันก็พูดยาก
พูดถึงโปรเจคโรงพยาบาลตอนปีสี่ เป็นโปรเจ็คที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ไม่ได้นับ
แต่เป็นโปรเจคที่เค้าว่ากันว่าหนักหนาสาหัสอยู่พอควร
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ....
โปรเจคนี้ถือว่าเป็นโปรเจคที่....เราก็ใช้วิธีการเหมือนกับโปรเจคก่อนหน้านี้
(ซึ่งก็อย่างที่บอก เราเป็นคนสร้างทางนั้นๆขึ้นมาเอง)
เก็บรายละเอียด และก็กำหนดหนทางในการทำงานของเราเอง...
จนถึงจุดๆหนึ่งที่เรารู้ และทุกๆคนก็รู้(คิดว่านะ) ว่าต้องทำอะไรสักอย่างให้มันเสร็จให้ได้
จะว่าไปแล้ว โปรเจคนี้เราคิดง่ายเข้าว่า เนื่องจากมันเป็นโปรเจคโรงพยาบาล
สถานที่ที่จะมีคนทั้งปกติ ไม่ปกติเข้ามาใช้
เพราะฉะนั้น concept ง่ายๆที่เราตั้งให้กับโจทย์ของความเป็นโรงพยาบาลก็คือ
ความง่าย แค่เดินเข้ามาก็รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ไม่ซับซ้อน ....
........ง่ายจริงๆ
ดังนั้นลักษณะที่ออกมาเลยง่ายอย่างที่เห็น




ไม่รู้เหมือนกันนะ
แต่ว่าโปรเจคนี้ค่อนข้างจะแบ่งเวลาดีพอสมควร แม้ว่าจะเป็นโปรเจคที่ถือว่าใช้คอมฯ
ทำจริงๆโปรเจคแรก
แต่ก็นั่นล่ะ การนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ นานมากๆ ตลอดเวลา ตื่นมาอยู่กับคอมฯ
นอนข้างคอมฯ กินข้างคอมฯ แม้ว่างานจะเสร็จออกมาน่าพอใจสำหรับตัวเองก็ตาม
แต่มันจะดีจริงเหรอ ...
ชีวิตเราแม้ว่าตอนนี้คนอื่นจะมองว่าอยู่แค่ปีสี่ ยังไม่ได้ออกไปเผชิญโลกจริงๆก็ตาม
แต่เราว่ามันก็เป็นหนึ่งในบททดสอบของชีวิตนะ
ทดสอบความต้องการหลายๆอย่างในชีวิต แม้จะได้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความอดทน
ในชีวิตหลายๆคนก็ตาม
แต่ก็นั่นล่ะ การทำโปรเจคสำหรับไปได้อีกหนึ่งโปรเจค
อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จเล็กๆในชีวิตของเราล่ะ
บางที คนเราก็ไม่ได้ต้องการความสำเร็จอันยิ่งใหญ่....
เราต้องการเพียงแค่ความสุขเล็กๆน้อยๆของชีวิตมากกว่าล่ะมั้ง
.... ถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่า... เราพลาดอะไรไปบ้างในชีวิต
ตอนนี้ เรารู้ว่า...มีบางสิ่งที่ผิดพลาดไป และอาจจะสายไปที่จะแก้ไขมัน
แต่ก็ขอบอกไว้เลยว่า เราจะไม่ทำอะไรผิดพลาดอีก แม้ว่า...มันจะสายไปแล้วก็ตาม
เมื่อ.... เราผิดเอง....
เอาล่ะ โปรเจคต่อไปเป็นโปรเจค museum เดี๋ยวจะมาเล่าใหม่ว่าเป็นยังไงนะ
อ้อ ลืมบอกไป...โปรเจคนี้ กับคอนเซปแสนง่ายของ เรา ได้ A- กับเค้าด้วย
edit @ 2007/03/05 16:00:46
